ขออัญเชิญพระราโชวาทจากสมเด็จพระเทพฯ มาไว้ ณ ที่นี้ ( อ่านแล้วก็ให้สำนึกได้ เผื่อจะเป็นกำลังใจให้ใครได้ค่ะ )

..นินทา การกล่าวติเตียนจัดว่าเป็นโลกธรรมประการหนึ่งในแปดประการ เมื่อนินทาเป็นโลกธรรม
หรือธรรมที่ครอบงำสัตว์โลกเช่นนี้ ผู้ใดที่ไหนจะหนีพ้นการถูกติเตียนนินทาไปได้

อีกประการหนึ่ง การนินทาก็เป็นที่ชอบใจของคน ในทางพระพุทธศาสนา เมื่อจะกล่าวถึงนินทากับสรรเสริญ
ท่านยังยกนินทาขึ้นกล่าวก่อนว่า นินทา จ ปสํสา จ แปลว่านินทากับสรรเสริญ แสดงว่าการนินทานั้นเป็นที่ชอบใจทำกันยิ่งนัก

ส่วนที่กล่าวภาษิตว่าคนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลกนั้น ก็เพื่อเตือนสติให้ระลึกรู้ว่า ..
เมื่อคนชอบนินทากันมากมายเป็นของสนุกปาก จนไม่มีผู้ใดแม้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะหลีกเลี่ยงได้
เช่นนี้ ก็ถือว่าคำครหานินทาเป็นสิ่งไร้สาระ ไม่ควรจะนำมาใส่ใจให้เป็นทุกข์เดือดร้อนโดยใช่เหตุ
ทางที่ถูกควรตั้งใจให้หนักแน่นมั่นคงในความจริงและความดีของตนเอง
แล้วพยายามขวนขวายปฏิบัติภาระ หน้าที่ทั้งมวลให้สำเร็จก้าวหน้าต่อไป ก็จะบรรลุถึงความสุขความเจริญแท้จริงได้
ดังพระพุทธภาษิตว่า "จิตของผู้ใดถูกต้องโลกธรรมแล้วย่อมไม่หวั่นไหว ข้อนี้เป็นมงคลอันอุดม" ..

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม